พาเหรด 2010 หนังสยอง-ระทึกขวัญ ที่ท่านจะได้ชมภายในปีนี้ (ตอนที่ 3)   Share

กระทู้นี้แตกประเด็นมาจาก 511

มาต่อกันที่พาร์ทสุดท้ายจ้า
ในส่วนนี้จะเป็นหนังที่ยังไม่ได้ระบุกำหนดวันฉายอย่างแน่นอน เพียงแต่มีแนวโน้มว่าได้ดูทันปีนี้แน่ๆ
ซึ่งบางเรื่องก็อาจจะถูกตัดสายสะดือลงแผงดีวีดีทันทีเลยก็ได้ ไม่อาจทราบ

ความคิดเห็นที่ 1

30 Days of Night: Dark Days

ภาคต่อของหนังแวมไพร์ 30 Days of Night ที่มาไว ไปไว ชนิดที่ยังไม่ทันได้ฝังเขี้ยวก็เลี้ยวหายไปเสียก่อน
ภาคแรกเป็นอย่างไร ไม่เคยดู รู้แต่ว่าภาคสองเค้าถ่ายจะเสร็จ จนตัดต่อแล้ว
ในภาคนี้ หนังว่าด้วยตัวละครสาวจากภาคแรก สเทล่า (บทเดิม แต่เปลี่ยนคนแสดงใหม่) ที่รอดตายจากสงครามผีดูดเลือด ทว่าถึงจะรอด แต่ก็เปลี่ยวกายา เพราะคนที่รักถูกพวกปีศาจทำลายจนหมดสิ้น สะระตะนับนิ้วแล้วก็หลายศพอยู่
เช่นนั้นแล้ว งานนี้ไอ้พวกดูดเลือดมันต้องถูกล้างด้วยเลือด สเทล่าจึงมุ่งหน้าไปยังเมือง ลอส แองเจฤทธิ์
ฐานทัพใหญ่ของพวกแวมไพร์ ด้วยจิตแค้นระห่ำ หวังฆ่าล้างพันธุ์ปีศาจ โดยมีเป้าหมายหลักคือ หัวหน้าแก๊งค์จอมโฉด ผีดูดเลือดสวยทรงพลังนามว่า ลิลิต


รูปแรกจากหนัง

ความคิดเห็นที่ 2



And Soon The Darkness

หนังสัญชาติใหม่ หัวใจดวงเดิม.... ของเก่าเป็นหนังอังกฤษปี 1970 ฉบับนี้เป็นงานจากอเมริกา
เรื่องมีอยู่ว่า เพื่อนสาวสองคน ใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุดไปขี่จักรยานกินลมในเขตชนบทของอาร์เจนติน่า พวกเธอทั้งสองไม่รู้เลยทริปจักรยานครั้งนี้ มีใครบางคนแอบสะกดรอยตามมาอย่างลึกลับ
ด้วยจุดประสงค์ที่สุดแสนจะอันตราย... บนถนนสายน้อย ริมชายทุ่ง เรื่อยเลียบไปยังป่าอันแสนรกร้าง เส้นทางสายกันดาร พวกเธอต้องพากันเอาตัวรอดจากเงื้อมือมัชจุราชให้ทันก่อนที่อาทิตย์จะลับขอบฟ้า


เราชอบposterแบบเก่ามากกว่า ใบนี้


ถึงขั้นเทียบชั้นกับฮิตซ์ค็อกเลยยย


แต่ตอนนี้หนังยังไม่มีเทรลเลอร์ออกมา ฉะนั้นเราขอพาไปดูของเก่ากันก่อน
น่าสนใจอยู่นะ เพราะหนังมันดูเงียบมากๆ จนไม่น่าปลอดภัยเลย



ความคิดเห็นที่ 3



Buried

หนังสเปนสุดระทึก ผลงานเรื่องใหม่ของพระเอกหุ่นล่ำ ไรอัลด์ เรย์โนลด์
ที่เจ้าตัวส่งกระซิบมาแบบ exclusiveถึงสมาชิก horrorclub ว่า
“เรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนกลัวที่แคบนะครับ”

ที่ไรอัลด์บอกมาแบบนี้ เพราะหนังว่าด้วยการถูกฝั่งทั้งเป็นของ พอล คนงานหนุ่มในอิรัก ที่ตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองถูกฝังอยู่ในโลงที่ลึกลงไปใต้ดิน เค้าจำรายละเอียดอะไรก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย สาเหตุที่เค้าถูกจับฝั่งคืออะไร และใครเป็นผู้ทำ เค้ารู้เพียงแต่ว่า ภายใต้เวลาอันน้อยนิด เค้าจะต้องหนีออกจากโลงมรณะนี้ให้ได้ก่อนที่อากาศจะหมดไป ด้วยเทียนไข มีด และโทรศัพท์มือถือ ที่พบติดตัวในโลง
หลังจากเปิดตัวไปที่เทศกาลหนังซันแดนซ์ (เทศกาลฉายหนังอินดี้เจ๋งๆ ที่อเมริกา) ค่ายหนัง ทวารสิงห์ Liongate ก็ตัดสินใจซื้อเพื่อจัดจำหน่ายต่อในวงกว้าง โดยจุดเด่นของหนังคือ ตลอดความยาว 90 นาทีของหนัง คุณจะเห็นแต่การแสดงสุดทรมานของ ไรอัลด์ เรยโนล์ เพียงอย่างเดียว เพราะหนังแทบจะไม่มีฉากอื่นเลย นอกจากมุมแคบๆอับๆภายในโลงใบนี้... (เดาว่าคงให้อารมณ์คล้ายๆ kill bill vol.2 ตอนthe bride ถูกจับฝั่งทั้งเป็นอ่ะ




ความคิดเห็นที่ 4



Case 39
ดูท่าว่า เรเน่ แซลเวคเกอร์ จะเป็นนักแสดงหญิงหมวดดราม่า-โรแมนติก-คอมเมดี้ย์ อีกหนึ่งรายที่ตบเท้าเข้ากองแป้ก
เฉกเช่นเพื่อนสาว ซานดร้า บูลล๊อค แคมเมรอน ดิแอซ หลังจากที่พวกเธอทั้งหลายหันมาชิมลางงานระทึกขวัญ แล้วต่างพากันล่มไม่เป็นท่ามาแล้ว
Case 39 เป็นหนังที่ถ่ายกันตั้งแต่ปี 2006 และมีกำหนดฉายในอเมริกาปี 2008 แต่แล้วก็ถูกเลื่อนไป 2009 และเลื่อนมาเรื่อยจนถึง 2010 ด้วยเหตุผลคาดเดาว่าทางผู้จัดจำหน่ายไม่กล้าฉายโรง เนื่องจากเสียงตอบรับตอนไปเปิดตัวที่นิว ซีแลนด์ และออสเตรเลียในปี 2008 ห่วยน่าอดสูเหลือเกิน
Case 39 เป็นเรื่องราวของ นักสังคมสงเคราะห์สาว รับบทโดยเจ๊หมวย เรเน่ เธอได้รับมอบหมายให้ลักพาตัว เอ๊ย! ไม่ใช่ ให้รับลิลิธ (ชื่อร้ายมาก เป็นถึงนางปีศาจ สนมซาตานตามคัมภีร์ไบเบิ้ลเลยนะ) เด็กสาวน่าสงสาร ที่สายสืบแจ้งมาว่าถูกทารุณกรรมจากผู้ปกครอง มาอยู่ในการคุ้มครอง.... ด้วยความใจบุญตามประสานักสังคมสงเคราะห์ ที่รับไม่ได้กับความรุนแรงในครอบครัว เจ๊หมวยเลยตัดสินใจรับลิลิธมาอุปการะ ให้การเลี้ยงดูอย่างดี เพื่อให้ลิลิธมีชีวิตที่อบอุ่น ปลอดภัยจากอันตราย โดยหารู้ไม่ว่าอีเด็กเวรนี้แหละมันคือตัวอันตรายของแท้

ความคิดเห็นที่ 5



The Descent part 2

ใครที่สงสัยว่าภาคแรก ตกลงยัยซาร่าห์ มันรอดหรือไม่รอด ภาคนี้เค้าสรุปมาแล้วว่านางรอดออกมาจากถ้ำได้
แต่ถึงอย่างนั้น ซาร่าห์ก็จัดเป็นผู้หญิงจำพวกแกว่งเท้าหาเสี้ยนตัวจริง เพราะหลังจากพักฟื้นที่โรงพยาบาล 2 วัน เธอก็ตัดสินใจที่จะกลับเข้าถ้ำอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนสาวนางอื่นๆที่ติดอยู่ข้างใน ซึ่งก็เป็นการจุดประการคำถามอันเป็นประเด็นสำคัญอย่างนึงของหนังที่ปูประเด็นมาตั้งแต่ภาคแรก เรื่องของความสัมพันธ์-มิตรภาพในหมู่ผู้หญิง ที่ในความสนิทสนมก็ซ่อนไว้ด้วยความอิจฉา ริษยา ไม่ไว้วางใจกัน
การตัดสินใจกลับเข้าถ้ำเพื่อช่วยเหลือเพื่อนคนที่เหลือ จึงเป็นการกระทำที่ชวนสงสัยในตัวซาร่าห์ ว่าเธอยังคงหลงเหลือความรัก ผูกพันต่อเพื่อนแสบกลุ่มนี้อยู่รึไม่ หรือมีเจตนาบางอย่างแอบแฝงอยู่
The Descent ภาคสอง ได้เริ่มฉายไปบ้างแล้วที่อังกฤษเมื่อ สิงหาคมปีที่ผ่าน และได้รับคำวิจารณ์ทั้งบวกและลบคละเคล้ากันไป - - ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกเราแล้วว่า เราจะยืนอยู่ข้างใหนกัน


ความคิดเห็นที่ 6

พอก่อนนะ ง่วงมากกกก
เดี๋ยวมาเอาต่อจนจบปีจ้า

ความคิดเห็นที่ 7

Case 39 โหลดมาดูอะ จริงหนังมันก็สนุก ดูเพลินนะ ว่ายัยเด็กผู้หญิงคนนี้มันร้ายดีแท้ แตที่คนอื่นๆว่ามันห่วยน่าจะเพราะหนังมันคล้ายๆเรื่อง orphan แต่บทของมันพลิกไปอีกทางหนึ่งอะ เป็นแบบ...ไม่อยากสปอยเลยอะ

เอาเป็นว่าช่วงครึ่งแรกของหนังสนุกนะ แต่พอถึงช่วงเฉลยสาเหตุความเลวที่แท้แท้จริงของเด็กแล้วก็ต้องเบ้ปากอะ แตก็ไม่ถึงกับเขวี้งหนังทิ้งนะ

ความคิดเห็นที่ 8

เคส 39 นึกว่าฉายไปนานแล้วนะเนี่ย
...

เทพมังกรอวยชัยทุกท่านจ้าาา

ความคิดเห็นที่ 9

รอดูจากกระทู้หนังโหด อิอิ

ความคิดเห็นที่ 10



The Experiment

ตั้งแต่เขียนมา นอกจากคำคุณศัพท์ที่อธิบายความสยองของตัวหนังแล้ว
อีกคำนึงที่เขียนบ่อยมากๆ คือคำว่า “รีเมค” นี้แหละ
และนี้ก็เป็นอีกหนึ่งหนังที่แปลงสัญชาติมาใหม่
The Experiment รีเมคมาจากหนังเยรมันนีเรื่อง Das Experiment
ซึ่งดัดแปลงบทภาพยนตร์มาจาก รายงานผลการทดลอง "Stanford Prison Experiment" ของศาสตราจารย์ Philip Zimbardo โดยการทดลองที่ว่า เป็นการวิจัยเรื่องผลกระทบทางอารมณ์ และปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกาย
โดยทดลองกับมนุษย์ด้วยการแบ่งเป็นฝั่งผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำ
ศจ. รับประกาศอาสาสมัครผู้ชาย 26 คน โดยทั้งหมดจะถูกแบ่งฝ่ายเป็น “คนคุม” และ “นักโทษ” กติกามีอยู่ว่าฝั่งผู้คุมจะสั่งให้นักโทษทำอะไรก็ได้ แต่ห้ามใช้ความรุนแรง (จากข้อมูลเบื้องต้น มีบันทึกไว้ว่า หนึ่งในคำสั่งที่ผู้คุมสั่ง ก็คือ ให้ล้างส้วมด้วยมือเปล่า!!!) ภายในเวลาสองสัปดาห์ ไม่มีการบังคับให้อยู่ หากไม่พอใจ สามารถจะถอนตัวเมื่อไรก็ได้ แต่หากใครอยู่ต่อจนครบกำหนดจะได้รับเงินค่าจ้างไปตามที่ตกลงไว้... ในตอนแรกทุกอย่างก็ดูไปได้สวย เหล่าผู้ร่วมโครงการก็ทำไปตามบทบาท หยอกเหย้ากันไปมา แต่เมื่อนานวันเข้า บรรดาผู้ถืออำนาจในมือก็เริ่ม”อิน” กับบทบาทสมมุติและเริ่มออกคำสั่งที่รุนแรงมากขึ้น จนทำให้ฝั่งนักโทษมีสภาพไม่ต่างนักโทษจริงๆ และหนักข้อเข้าก็เริ่มมีการสั่งลงโทษกันอย่างไม่ปราณี ความบ้าอำนาจที่เหลิง และสถานการณ์ที่ชวนรุนแรง ไม่ได้ทำให้ศจ. ที่วิจัยประกาศล้มเลิกแต่อย่างใด เค้ามองว่าพฤติกรรมจำลองนี้ สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลวิเคราะห์สภาพสังคมได้อย่างดีเยี่ยม แต่ทว่าสุดท้ายแล้วเรื่องก็เริ่มบานปลาย และทำให้การทดลองครั้งนี้เป็นมากกว่าการเล่นบทบาทสมมุติอีกต่อไป
ตัวหนังอาจจะฟังดูโหด เสื่อม แบบหนังญี่ปุ่น แต่ผู้ที่ได้ดูเวอร์ชั่นต้นฉบับบอกว่า เป็นหนังระทึกขวัญ-จิตวิทยา ชวนเครียด หนักอึ้งซะมากกว่า เพราะมันทำให้เราตระหนักได้ถึงเรื่องของ “การใช้อำนาจ ความรุนแรง ภายในสังคมที่ว่า อำนาจนั้นสามารถเปลี่ยนให้คนดีๆ กลายเป็นคนเลวได้ เพียงเพราะการมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่น”
ในหนังเวอร์ชั่นใหม่นี้จะได้ดาราหน้าแหลม ฝีมือจัดจ้าน แอนเดรีย โบรเด้ รับบทพระเอก (แค่หน้าตาก็น่าสงสารแล้ว)
ส่วนผกก. คือ Paul Scheuring ผู้สร้างซีรี่ย์แหกคุกอันลือเลื่อง Prison Break
เดาได้เลยว่า “การทดลอง” ครั้งนี้ต้องตื่นเต้น ชวนลุ้นกันทุกห้วงขณะจิตแน่ๆ

*โปสเตอร์นั้นเป็นทีเซอร์โปสเตอร์นะ ยังไม่ใช่ของจริง


รูปจากหนังจ้ะ


เทรลเลอร์หนังเวอร์ชั่นเก่า



ความคิดเห็นที่ 11



Heartless

ไม่ได้หมายถึงชื่อเพลงของ Kanye West แต่อย่างใด แต่นี้คือหนังเรื่องใหม่ในรอบ 14 ปีของผกก.หนังแนวขวัญใจคนดูหนัง ฟิลิป ริดลี่ย์ เจ้าของงานนัวร์ๆสุดเก๋อย่าง The Reflecting Skin
กลับมาคราวนี้ ฟิลิป เลือกทำหนังสยองวัยรุ่น เนื้อหาดูไม่น่าซับซ้อน เรื่องของ จิมมี่ (รับบทโดยพระเอก across the universe) ชายหนุ่มบ้านรวยที่ต้องซ่อนใบหน้าตัวเองไว้ภายใต้ฮูท เพราะปานแดงรูปหัวใจรอยใหญ่ที่อยู่บนหน้าซีกซ้ายของเค้า... จิมมี่อาศัยอยู่กับแม่ทางฝั่งตะวันออกของลอนดอน ย่านที่มีแก๊งค์อัณฒพาลสวมหน้ากากปีศาจเป็นเจ้าถิ่นครองเมือง วันนึงเมื่อจิมมี่พบว่าแม่ตัวเองถูกแก๊งคืเดนนรกฆ่าตายอย่างทารุณ เค้าจึงตัดสินใจที่จะล้างแค้นให้แม่ เค้าสัญญาว่าจะล้างบางพวกคนเลวใต้หน้ากากนั้นให้ได้ ทว่าสิ่งนึงที่จิมมี่ยังไม่รู้คือ จริงๆแล้วภายใต้หน้ากากที่พวกมันใส่ปกปิด ของพวกแก๊งค์เดนนรกนั้น มันคือใบหน้าจริงของปีศาจสุดอำมหิตที่มาจากขุมนรกต่างหากล่ะ


ความคิดเห็นที่ 12

Scream 4

“หนังสยองขวัญที่คุณชอบที่สุดคือเรื่องอะไร”
ยังจำคำถามสุดสยองที่ลอดผ่านโทรศัพท์ลึกลับในคืนสุดวิปริตได้หรือไม่
เป็นเวลาเกือบ 14 ปี แล้วนับตั้งแต่ภาคแรกของหนังฆาตกรรมสุดฮิต Scream สร้างความหวาดผวาพรั่นพรึง และปรากฏการณ์บูมของหนังหวีดวัยรุ่นก่อกระหึ่มไปทั่วทั้งโลก

จนกระทั่งการปิดตำนานไตรภาคในปี 2000 ที่ปริศนาดำมืดของซิดนี่ย์ เพรสก๊อตถูกคลี่คลาย เสียงกรีดร้องจึงถืออันสิ้นสุดลง แต่ทว่าด้วยเสียงหวีดร้องของแฟนหนัง ที่ยังเรียกร้องให้ลุงเวส คราเว่น กลับมาเติมแต่ง หรือจริงๆก็คือ แถหาทางสร้างภาคต่อนั้นแหละ ทำให้ทางสตูดิโอผู้สร้าง Dimension Film และ The Weinstein Company (ค่ายลูกหม้อ Miramax Film) อุ่นใจต่อฐานแฟนหนังชุดนี้ จึงไฟเขียวให้เวส คราเว่น กลับมารับตำแหน่งผู้กำกับคนเดิม พร้อมเกี่ยวเอาคู่ขาเดิม Kevin Williamson ผู้เขียนบทหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ภาคแรก กลับมาร่วมหัวจมท้ายอีกครั้งนึง

ตัวเวสเองก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้แต่อย่างใด ถึงแม้ตอนแรกเจ้าตัวจะยืนยันว่า “พอแล้วจ้า” กับหนังเรื่องนี้ แต่เมื่อได้เควินกลับมาเขียนบทให้อีกครั้ง ลุงก็เปลี่ยนใจ “ถ้าบทมันดีเหมือนภาคแรก ผมก้พร้อม”
เวสยังกล่าวอีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม Scream4 ก็จะไม่ใช่การสานต่อไตรภาคที่แล้วแต่อย่างใด ทุกอย่างนั้นจบลงไปตั้งแต่ภาค 3 แล้ว ฉะนั้นในหนังตัวที่ 4 นี้ จะเป็นเรื่องราวใหม่ ที่มาพร้อมปมปริศนาใหม่ “ผมไม่คิดว่านี้เป็นการ reboot หนัง หรือการสร้างตอนต่อ แต่นี้จะเป็นเหตุการณ์ใหม่ มันอาจจะเป็นไตรภาคใหม่เลยก็เป็นได้ (โอ้! แสดงว่าจะมีภาค 5 และ 6 ด้วยซินะ)”
ถึงอย่างนั้น เหล่าบรรดานักแสดงเซทเดิมก็จะคืนสู่เหย้าอีกครั้ง ทั้ง เดวิด อาร์เคว๊ท (ในบท ดิวอี้ ตำรวจหนุ่ม) ค็อกนี่ย์ ค็อก อาร์เคว็ต (ในบท เกล นักข่าวสาว) รวมทั้งนางเอกของเรื่อง เนฟ แคมเบลว์ พร้อมฆาตกรในคอสตูมเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง The Ghostface

Scream Trilogy ประสบความสำเร็จอย่างสูง ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของหนังเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงบทภาพยนตร์ที่ฉลาดมีลูกล่อลูกชน ในการจิกกัดตระกูลหนังสยองขวัญด้วยกันเอง ซึ่งนำไปสู่การประมวล ”กฎในหนังสยองขวัญ” และ “วิธีเอาตัวรอดในหนังสยองขวัญ” ซึ่งหนังก็จัดแจงรวบรวม ก่อนจะนำไปสู่การแหกคอกหลักสูตร อันนำไปสู่บทสรุปชวนหักมุม ที่กลายเป็นจุดเด่นของเส้นเรื่องตั้งแต่ภาค 1 – 3 ฉะนั้นเหล่านักวิจารณ์จึงพากันเป็นห่วงว่า “เช่นนั้นแล้ว ในหนังภาค 4 ความชาญฉลาดอันเป็นเอกลักษณ์ของหนังสยองเรื่องนี้จะยังมีอยู่หรือไม่ หรือมันจะกลายเป็นแค่หนังภาคต่อที่มีคนมาไล่ฆ่ากันแบบโง่ๆ”
คำถามนี้ถูกตอบโดยดาราที่รับบทเป็นตัวละครสำคัญในหนัง หนุ่มบ้าหนังสยองขวัญที่ทำการรวบรวมกฎหนัง และประมวลทฤษฎีแห่งหนังสยองให้นางเอกฟัง แรนดี้ (รับบทโดย เจมี่ แคเนดี้ - - ใครที่จำเค้าไม่ได้ เค้าคือเพื่อนนางเอกในภาคแรก ก่อนจะถูกฆ่าในรถตู้ในภาคสอง และโผล่มาในเทปวิดีโอเพื่อเล่าทฤษฏีให้นางเอกฟังในภาคสาม)
“ผมได้คุยกับทีมเบื้องหลังมาบ้าง เชื่อเถอะว่าหนังชุดนี้ยังไม่หมดมุขง่ายๆหรอก มีไอเดียต่างๆมากมาย ที่พวกเค้าพร้อมจะเอามาใช้ ในหนังภาคนี้ คุณจะได้พบตัวละครใหม่ๆที่น่าสนใจ รวมทั้งตัวละครเก่าๆที่คาดไม่ถึงด้วย”
ได้ยินเช่นนี้ เชื่อว่าแฟนหนังก็น่าจะอุ่นใจได้บ้าง แต่ก็จงจำไว้ว่าหนังยังไม่เปิดกล้อง อะไรๆก็ยังไม่แน่ไม่นอน เราอาจจะได้เห็นข่าวลือแปลกๆ หรือการเคลื่อนไหวใหม่ๆของหนังก็เป็นได้
เช่น ข่าวนี้ ที่มีคนลือว่า ถึงหนังจะเตรียมเปิดกล้องในเดือน พ.ค. แต่ทางเวส คราเว่น ก็ยังไม่ได้เซ็นตอบรับเป็นผกก. อย่างเป็นทางการ และเมื่อเราเข้าไปเช๊คดูใน imdb ก็พบว่า ชื่อผกก. คือ Tommy Jarvis
(ผกก. หน้าใหม่มาก ไม่คุ้นเลย คลิกไปดูโพรไฟล์ก็ว่างเปล่า) เราเลยเอาชื่อไปเซิจในกูเกิ้ลดูปรากฏว่า Tommy Jarvis เป็นชื่อตัวละครเด็กน้อยในหนังชุด Friday the 13th (อ้าว ยังไงล่ะนี้)




เนื่องจากหนังยังไม่มีทีเซอร์ หรือโปสเตอร์อะไร เราจึงขอย้อนวันวานไปยังฉากเปิดเรื่องของภาคแรกที่ว่าสุดแสนจะคลาสสิคและตราตรึง ผลงานการแสดงของบุตรบุญธรรมสตีเว่น สปีลเบิร์ก นางสาวดรูว แบรี่มอร์

ความคิดเห็นที่ 13



Splice
มีหนังสยองขวัญมากมายที่ว่าด้วยผลลัพธ์อันน่าขย้อนขวัญ จากการทดลองทางชีวะวิทยา ข้ามสายพันธุ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต ที่บทสรุปของมันล้วนแล้วแต่น่ากลัวไม่ต่างกัน แต่ตัวละครนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็ยังคงดั้นด้นจะทำการทดลองอยู่ดี ถึงแม้ว่าจะด้วยเจตนาดีกันก็ตามเถอะ
มาถึงคราวของ ไคลฟ์ และเอลซ่า สองนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ที่ทำการทดลองนำ DNA ของมนุษย์ไปเชื่อมต่อเข้ากับ DNA สัตว์ เพื่อสร้างสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ในตอนแรกทั้งสองประสบความสำเร็จเมื่อ DNA ทั้งสองเชื่อมกันได้สำเร็จ และค่อยๆเจริญเติบโตเป็น ตัวอ่อนเพศเมีย ที่ทั้งสองเรียกว่า “Dren” แต่ทว่าเมื่อนานวันเข้าตัวอ่อนก็เริ่มพัฒนาร่างเป็นสิ่งมีชีวิตสาวสวยพร้อมปีก ที่นำมาซึ่งหายนะน่าสะพรึง
Splice เป็นผลงานกำกับของ Vincenzo Natali ผกก. ชาวแคนาดา เจ้าของผลงานสุดล้ำอย่าง Cube ที่นับตั้งแต่วันนั้น พี่แกก็ไม่มีหนังเปรี้ยงฮิตติดโลกอีกเลย (นอกจากไปกำกับหนังสั้นหนึ่งในหลายตอนของ ปารีส เฌอ แตมพ์)
หนังนำแสดงโดยแอนเดรีย โบรเด้ และได้ Guillermo Del Toro ผกก. ชาวเม็กซิกันผู้หลงใหลในแมลง และสัตว์ประหลาด เจ้าของผลงานเรื่อง Hell Boy และ Pan’s Labyrinth มาอำนวยการสร้างให้ ได้ป๋าใหญ่แบบนี้ ทิศทางของหนังก็น่าจะสดใส และก็ดูท่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะเสียงตอบรับตามรอบฉายในเทศกาลหนังอินดี้ ก็เป็นไปในแง่บวก จนตอนนี้ค่ายปราสาทมืด Dark Castle ซื้อมาเตรียมจัดจำหน่ายเรียบร้อยแล้วจ้ะ





มีสองคลิปจากหนังมาให้ดูกัน... ดูจบแล้วอยากหาตัวเต็มมาเลยอ่ะ



ความคิดเห็นที่ 14



Tucker & Dale vs Evil
มาถึงหนังเรื่องสุดท้ายในบทความนี้แล้วจ้า
Tucker & Dale vs Evil เห็นจากชื่อก็น่าจะส่งกลิ่นแล้วว่า เพี้ยนแน่ๆ
และหนังก็เป็นเช่นนั้น หรืออาจถึงขั้นกว่าอย่างสุดกำลังลมปราณเลยทีเดียว
ทัคเคอร์ และเดล คือสองหนุ่มบ้านนา จริงใส ใสซื่อ ไปจนถึงขั้นบื้อในบางครั้ง
ทั้งสองชวนกันเข้าป่าไปสร้างบ้านกระท่อมอยู่กันแบบลูกผู้ชายหัวใจธรรมชาติ (อนึ่ง นี้ไม่ใช่หนังเกย์ อย่าพึ่งตกอกตกใจไป)
แต่แล้ววันหยุดพักร้อนของทั้งคู่ก็ถูกรบกวนด้วยการมาของเหล่าบรรดาเด็กมัธยมต้มเปรต ที่ชวนกันมาตั้งแคมพ์ในป่า ด้วยกิริยาแว๊นซ์ๆและสก๊อยต์ๆ ที่เป็นมลภาวะกับป่ามากๆ ทว่าในสายตาของหนุ่มบ้านนาไกปืนเที่ยง ทั้งสองสนอกสนใจกับพฤติกรรมคนเมืองเป็นอย่างยิ่ง และคอยซุ่มแอบดูพวกเค้าอยู่ห่างๆ จนเค้าได้พบกับสาวน้อยคนนึงในกลุ่มที่ผลัดตกน้ำ ทั้งสองช่วยเหลือด้วยการพาเธอไปดูแลในกระท่อม แต่กาลกลับตาลปัตรเมื่อคนอื่นๆกลับนึกว่าทั้งสองคือฆาตกรโรคจิตที่ลักพาตัวเด็กไปฆ่า และแล้วเรื่องชุลมุนชุลเกที่เกิดจากความเข้าใจผิดสุดจะชวนหัวก็อุบัติขึ้นถึงขั้นไส้ในไหลกันเลยพี่น้อง!
หนังประสบความสำเร็จในรอบฉายมิดไนท์ของ เทศกาลหนังซันแดนซ์ คนดูและนักวิจารณ์กล่าวว่า มันเป็นหนังที่ตลกแสบคลั่งอย่างร้ายกาจ หนังอินดี้เสื่อมๆเรื่องนี้ ถือเป็นม้ามืดที่หลายคนนึกไม่ถึงว่าจะสนุกขั้นอุจาระแตกอุจาระแตน ด้วยการล้อเลียนขนบหนังโหดทั้งหลาย ด้วยการพลิกให้ออกมาในรูปแบบ ตลกเจ็บตัว และหนังตลกด้วยสถานการณ์ที่พลิกพลันตลอดเวลา
ถือเป็นหนังเล็กๆอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด


ตัวอย่างตลกมากกกกกกกก
หาโหลดด่วน



ความคิดเห็นที่ 15

จบแล้วครับ สรุปรายชื่อหนังสยอง-ระทึกขวัญ ในปีนี้
(จริงๆถ้าเปิดเข้าไดเรคทอรี่ หนังที่จะสร้าง จะฉาย จะถ่ายทำ มันยังมีอีกเยอะมากๆๆ ไม่รวมสตูดิโออิสระอีกเกลื่อนทั่วโลก) แต่ในเวบที่หามาเค้าเอาอเมริกาเป็นหลัก เราก็เลยขอหมุนตามลุงแซมนี้แหละ

ใครที่อ่านแล้วสนใจ ก็ภาวนาให้มันเข้าไทย หรือมีซื้อ มีโหลดบ้างนะ โหลดดูแล้วก็ช่วยเอามาฉาย แบ่งปันน้ำใจให้พี่น้องหนังโหดต่อด้วย

ลาล่ะ

ความคิดเห็นที่ 16

ขอบคุณมากๆค๊าาาาาา
น่าดูอะ อยากดูเรื่อง Splice

ความคิดเห็นที่ 17

Tucker & Dale vs Evil
ดูท่าทางจะสนุก ไม่รู้จะไปหาดูได้ที่ไหน :D

ความคิดเห็นที่ 18

The descent 2 ผมดูแล้วครับ
ผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ ok นะครับ ยังตื่นเต้นดีครับ

ความคิดเห็นที่ 19

Tucker & Dale vs Evil เอาฮาอย่างเดียวจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 20

รอดู Tucker & Dale vs Evil
ขนาดแค่ trailer ยังฮา

ความคิดเห็นที่ 21

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด แต่ละเรื่อง
Thx ja

ความคิดเห็นที่ 22

เรื่องสุดท้ายน่าดูมากอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 23

Tucker & Dale vs Evil

อยากดูเลย ฮามากมาย


Function Used time : 0:0:0:15